สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓
ปีเก่ากำลังจะหมดสิ้นไป และปีใหม่กำลังเดินทางมาถึงอย่างไม่ยอมหยุดยั้งรั้งรอ ในห้วงโมงยามซึ่งถือกันว่าเป็นรอยต่อ เป็นจุดเปลี่ยน และเป็นหมุดหมายแห่งวันเวลา (ไม่ว่ามันจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม) ดิฉันและตัวละครทุกตัวในนิยายของดิฉัน ขอส่งกำลังใจให้ผู้อ่านทุกคนใช้ชีวิตในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ และทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี อย่างที่ปรารถนา อย่างที่ตั้งใจหวัง และลงมือลงแรงกระทำ
ขอให้มีชีวิตที่ดีและงดงามค่ะ
....................................................................
ในยามบ่ายแก่ใกล้เย็น เบื้องหน้า ดวงตะวันสาดแสงจ้าบาดตา กระทั่งต้องเดินเลี่ยงหลบอยู่ใต้ร่มเงาไม้ แต่ร้อยดาวรู้ดี อีกไม่นาน ตะวันดวงนี้จะลอยเรี่ยต่ำ ทิ้งไว้เพียงแสงสว่างยามเย็นราโรย ก่อนมืดดับวับหายเมื่อตะวันตกดินในยามคืนค่ำ
แล้วอีกเพียงไม่นาน ดวงตะวันก็จะปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าอีกครั้ง สาดแสงอรุณแก่สรรพชีวิต ก่อนสว่างโร่แรงร้อนในยามเที่ยงวัน แล้วคล้อยดวงลงต่ำเหมือนเช่นบ่ายแก่ใกล้เย็นเช่นวันนี้
ร้อยดาวตระหนักแน่แก่ใจตัวเอง ทุกโมงยามแห่งชีวิตเราทุกคนมีแสงเงาพาดผ่านทอทาบ แปรเปลี่ยนไปตลอด ทั้งแสงจ้า และเงามืด พูดไม่ได้หรอกว่า เช่นไรทุกข์ทนและอย่างไรสุขสงบกว่ากัน หล่อนเคยเชื่อว่าในเงาสลัวที่หล่อนซ่อนเร้นอยู่นั้นเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด แสงจ้าแห่งความจริงในชีวิตต่างหากที่น่าชิงชัง
ทว่าวันนี้ เมื่อได้ก้าวกลับออกมายืนกลางแสงสว่างอีกหน ร้อยดาวรู้สึกสงบ เพราะรู้แล้วว่า ทั้งแสงและเงา แท้จริงมิต่างกันนักเลย
หล่อนพร้อมยอมรับด้วยดี หากอีกบางครา ทางชีวิตจะทอดวกพากลับเข้าไปยังแสงเงาสลัวมัวมนอีกครั้ง หรือผลักดันออกสู่แสงสว่างแรงร้อนก็ตาม อาจเพราะตระหนักชัด ให้เปี่ยมหวัง มีกำลังใจ ว่าโลกนี้ยังมีผู้คนอย่างมิ่งขวัญและโมทนาอยู่ร่วมด้วย คนที่ทางชีวิตต้องพบเผชิญแสงและเงามิต่างจากหล่อน ทว่าก็จะไม่ยอมทอดทิ้งคนที่ล้มฟุบนอนก้มหน้าไว้ที่กลางทาง สองผัวเมียที่เชื่อมั่นว่ารักจักไล่ขับเงามืดได้ หรือแม้พร่าพรายเพราะแสงโชติช่วง กระทั่งหลงทางวกวน รักก็จะเป็นเครื่องนำทางกลับมาเอง ดังที่คนทั้งสองศรัทธาต่อสิ่งนั้นมาทั้งชีวิตและปลูกฝังให้แก่เด็กหญิงตัวน้อยอย่างเจิดจ้ามาจนกระทั่งวันนี้
จากเรื่อง “แสงเงารัก”
ชีวิตในอดีตจบสิ้นไปแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ตาม อนาคตยังมาไม่ถึง ทั้งมิรู้ว่าจะเป็นเช่นไร ปัจจุบันนี้ต่างหากที่เป็นของเรา และจะทำให้มันเป็นชีวิตอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น
“พอหายเจ็บหายไข้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง ยิ่งวันที่เล็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เล็กยิ่งรักชีวิตเหลือเกินนะคะ พูดไปอาจไม่มีใครเชื่อ แต่เล็กรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ว่าชีวิตเป็นสิ่งมีค่าที่เราควรใช้มันอย่างดีที่สุด ให้มีค่าที่สุดสมกับที่ได้เกิดมามีชีวิตของตัวเอง”
“ผมเชื่อครับ มีคนคนหนึ่งเคยบอกผมว่า ทางเดียวที่เราจะใช้ชีวิตได้อย่างดีและงดงามที่สุด คือใช้ชีวิตทุกวันของเรา...ด้วยความรัก”
จากเรื่อง “เธอคือชีวิต”
“ความรักเป็นสิ่งดีงามที่สุดของมนุษย์ ความรักทำให้คนมีค่า ทำให้ไม่ต้องออกไปทำอะไรที่ท้าทายอย่างโง่ๆ หรือเสี่ยงกับอะไรอย่างบ้าคลั่ง ...รักอะไรก็ได้ เราจะรู้ถึงคุณค่าของตัวเราเองและสิ่งที่เรารัก”
จากเรื่อง “ดอกไม้และสายลม”
“เข้าใจค่ะ คุณลุงใช้คำนี้ เข้าใจให้ได้ว่า ในท่ามกลางความรัก ความงดงาม ความเก่งกาจสามารถของมนุษย์ เราทุกคนมีซอกมุมอันดำมืดเลวร้ายนี้อยู่ ซอกมุมที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา การเปรียบเทียบ ความโกรธแค้นชิงชัง ความอาฆาตพยาบาท สิ่งสำคัญก็คือ เราจะอยู่กับมันอย่างไรต่างหาก อยู่อย่างทำร้ายคนอื่นและทำร้ายตัวเองให้น้อยที่สุด เพราะแง่มุมอันแหลมคมนี้ ไม่เพียงแต่เราจะทิ่มแทงใส่คนอื่นเท่านั้น แต่บางทีมันก็หวนกลับมาเล่นงานและสร้างบาดแผลให้แก่ชีวิตเราเองด้วย”
จากเรื่อง “ไฟในวายุ”
"โก้ทำงานที่ตัวเองรักไม่ใช่หรือ”
“บางที ฉันก็ไม่แน่ใจเลยว่า มาถูกทางหรือเปล่า”
“ถามตัวเองสิ ว่ามันเป็นงานที่เรารัก เราทำแล้วมีความสุข ทำแล้วรู้สึกว่าเกิดมาไม่เสียชาติเกิด จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่เสียดายหรือเปล่า”
“ฉันมั่นใจค่ะ ฉันรักงานสถาปนิก”
"เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น งานจะพลิกผันแปรเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ความรักในงานยังคงอยู่ อย่างน้อย โก้จะภูมิใจว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่รักอย่างสุดความสามารถแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องเสียดาย จะต้องเสียใจอีกว่าไม่ได้ทำ”
“ปอ...ขอบคุณนะคะ”
“จำเอาไว้ว่าโก้ไม่ได้ยืนอยู่คนเดียวเลย ยังมีคนอีกตั้งมากมาย ทั้งเพื่อนอย่างคุณพุด เพื่อนเก่าอย่างผมที่พร้อมจะเป็นกำลังใจให้ ....เอากำลังใจของผมไปเสียดีๆ โก้"
ในความเงียบ มีความงามที่ไม่อาจอธิบาย เอิบอาบอยู่ในหัวใจสองดวง
“ผมเชื่อว่าโก้จะยืนหยัดมั่นคงในความรักของตัวเอง”
จากเรื่อง “ปีกปรารถนา”
ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ ไม่ว่าจะเรียกว่าอย่างไร สาระสำคัญอยู่ที่กล้าที่จะก้าวลงไปเดินบนเส้นทางสายนั้นต่างหาก ไม่ว่ามันจะเล็กแคบหรือว่ารกชัฏสักเพียงใด หรือผิดแผกแตกต่างจากเส้นทางที่คนส่วนใหญ่เลือกเดินแค่ไหนก็ตาม
คงดี คงเป็นเรื่องงดงาม หากว่าทุกคนจะมีทางอย่างที่ตนเองฝัน เชื่อ และศรัทธา แล้วมุ่งมั่นก้าวเดินไปบนเส้นทางสายนั้น ศรัทธาในเส้นทางที่ตนเองเลือก และไม่เบียดเบียนดูแคลนเส้นทางของคนอื่น
เหมือนที่ธิปกเชื่อมั่นในเส้นทางในการทำหน้าที่ผู้ปกครองและผู้ดูแลผลประโยชน์ในแบบของเขา
ธิเบศร์เองก็ศรัทธาในสถาบันครอบครัว
และชื่นชีวารักชีวิตอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ทำตามกฎเกณฑ์หรือข้อกำหนด รสนิยมของใคร
ทว่าวันนี้ หญิงสาวเชื่อว่าตนเองเติบโตและได้เรียนรู้ด้วยว่า เห็นต่าง คิดต่าง อยู่ต่าง ไม่จำเป็นต้องแตกแยกหรือโกรธเกลียดกันเลยนี่นา ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างคิดต่างฝัน และต่างทำ เพื่อประกอบสร้างสังคมไทยในส่วนต่างๆมุมต่างๆอย่างที่ตนเองเชื่อ
จากเรื่อง “รักสราญใจ”
“ในชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยสักครั้งเลยหรือที่คุณทำบางสิ่งบางอย่างไปด้วยความรู้สึกล้วนๆ หันหลังให้เหตุผลและกฎเกณฑ์ต่างๆในโลกนี้ แล้วเดินไปบนหนทางแห่งความรู้สึกที่หลายคนอาจเห็นว่าโง่เง่าสิ้นดี แต่...ถ้าไม่ทำตามหัวใจ ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างฉลาดเฉลียวไปทำไม”
จากเรื่อง “รุ้งจันทร์ตะวันดาว”
“ใช่แล้วตอง หัวใจ ...ยายอยากบอกตองว่า อย่าให้เรื่องอะไรก็ตามมาบดบังความปรารถนาในหัวใจของเราเอง จงฟังเสียงในหัวใจตัวเอง”
...ฟังเสียงในหัวใจตัวเอง หัวใจของมนุษย์ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง
...ฟังสิ นิ่งฟังเสียงนั้น แล้วทำตามเสียงนั้น อย่าหวั่นไหว
จากเรื่อง “มหัศจรรย์แห่งรัก”
............................................................................
สวัสดีปีใหม่ค่ะ